ความแตกต่างระหว่าง การไหว้ศาลพระภูมิกับ ไหว้เจ้าที่ใช้ธูปกี่ดอก?

การไหว้ศาลพระภูมิ

Credit : Giuliano Di Paolo / Unsplash

 ชาวไทยมักจะถูกปลูกฝังในเข้าวัดเข้าวา และความเชื่อรวมถึงพิธีกรรมต่างๆของพุทธศาสนิกชนมาตั้งแต่เด็ก นอกจาก การเข้าวัดแล้วก็ยังมีความเชื่อเรื่องผีที่มีการบอกเล่ากันมาไม่ว่าจะจากปู่ย่าตายาย หรือกับเพื่อนฝูงรุ่นเดียวกัน หรือแม้กระทั่งบนโลกออนไลน์ก็ตาม

ด้วยความเชื่อเร่องผีสางนางไม้ เหล่านี้ ทำให้ต้องมีการกราบไหว้และสักการะ ศาลเจ้าที่ หรือ ศาลพระภูมิในทุกๆที่ที่เดินทางผ่าน แต่เชื่อว่ายังมีคนไทยอีกหลายคนที่ไม่ทราบถึงความแตกต่างระหว่างศาลพระภูมิ และศาลเจ้าที่ รวมถึงการไหว้เจ้าใช้ธูปกี่ดอก? แล้วการไหว้ศาลพระภูมิใช้ธูปกี่ดอก? วันนี้เราจะพาคุณไปหาคำตอบกัน

ลักษณะของศาลพระภูมิ

ศาลพระภูมิเชื่อว่าเป็นที่ตั้งของเหล่าเทพยดาจากสวรรค์ที่ต้องมีพิธีกรรมในการอัญเชิญท่านลงมาสถิตที่ศาลพระภูมิเพื่อคอยดูแลสถานที่และคอยปกปักษ์รักษาคนในพื้นที่นั้นๆ ทำให้ศาลพระภูมิโดยส่วนมากแล้วนั้นจะมีลักษณะที่ใหญ่และสูงกว่าศาลเจ้าที่ หรือ ศาลตายายทั่วไป

จุดสังเกตุของศาลพระภูมิ – มักจะมีเพียงเสาเดียว และมีฐานที่สูงกว่าศาลเจ้าที่เมือวางเทียบกัน

ลักษณะของศาลเจ้าที่

ศาลเจ้าที่นั้น มาจากความเชื่อว่าวิญญาณที่ตายไปแล้วนั้นมีความผูกพันกับสถานที่นั้นๆทำให้คอยปกปักษ์รักษาพื้นที่แห่งนั้นโดยไม่คอยไปไหน หรือที่บางคนเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ศาลตายาย

จุดสังเกตุของศาลเจ้าที่ โดยส่วนใหญ่แล้วศาลเจ้าที่มักมีลักษณะคล้ายบ้านเรือนทรงไทยโบราณ มี 4-6 เสา ด้านในมีตุ๊กตาประดับศาล และมักจะมีฐานของศาลที่ต่ำกว่าศาลพระภูมิ

 ศาลเจ้าที่

Credit : Boudewijn Huysmans / Unsplash

 การไหว้ศาลพระภูมิจุดธูปกี่ดอก?

            เป็นคำถามยอดอิตที่เชื่อว่าหลายๆคนที่ทำบุญไห้พระอยู่ตลอดก็ยังไม่ค่อยแน่ใจว่าเราควรจะต้องจุดธูปกี่ดอกกันแน่

             คำตอบ คือ การไหว้ศาลพระภูมิ ต้องจุดธูป 9 ดอก

 สาเหตุที่ต้องใช้ 9 ดอก นั้นเพราะตามความเชื่อโบราณ 9 ดอก หมายถึง การบูชาผู้มีพระคุณ รุขเทวดา หรือ พระภูมิเจ้าที่ นั่นเอง

นอกจากธูป 9 ดอกแล้ว ก็ยังมีเครื่องสักการะอื่นๆอีกอย่างเช่น เทียนหอม ดอกไม้ หรือ พวงมาลัย หรือ ของคาวหวานตามโอกาส

  การไหว้เจ้าที่จุดธูปกี่ดอก

Credit : Natchaya Shw / Unsplash

 การไหว้เจ้าที่จุดธูปกี่ดอก?

             สำหรับการไหว้เจ้าที่ ไม่ว่าจะเป็น เจ้าที่ประจำบ้าน หรือ ศาลตายาย นั้นใช้จำนวนธุปในการสักการะเท่ากัน คือ 7 ดอก   เพราะ ธูป 7 ดอก นั้นหมายถึง การบูชาจิตหรือ วิญญาณ ศาลเจ้าที่ เจ้าพ่อ เจ้าแม่ที่เสียชีวิตไปแล้วและยังสถิตอยู่

แต่ไม่ว่าคุณจะจุดธูปกี่ดอก ใจความสำคัญของพุทธศานาก็คือ การทำความดี รู้อย่างนี้แล้วก็หมั่นทำความดี สวดมนต์ ทำสมาธิ หรือ ถวายสังฆทานในวันปีใหม่จีนซ้อและปีใหม่ไทยที่กำลังจะถึงนี้ เพื่อต้อนรับสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต และถ้าหากว่าคุณไม่รู้ว่าจะไปเลือกซื้อสิ่งของเพื่อถวายสังฑทานจากที่ไหน สามารถมาเลือกซื้อออนไลน์ ที่ 2.2 Double Double Sale ได้เช่นกัน รับประกันสินค้าส่งตรงถึงบ้านคุณ ได้ของราคาคุ้มค่าแถมมีเงินเหลือเพื่อไปทำบุญต่อได้อีก เรียกได้ว่าได้บุญสองต่อเลยทีเดียว

 

 

 

7 ข้อเท็จจริงของเมืองปักกิ่งที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

Great Wall of China

ปักกิ่งเมืองหลวงของประเทศจีน ถือเป็นอีกหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีอายุมากพอๆกับลอนดอน , มีอายุมากกว่าเมืองนิวยอร์กถึง 6 เท่า และมากกว่าซิดนีย์ถึง 10 เท่า ในเมืองปักกิ่งจะเต็มไปด้วยอารยธรรมโบราณมากมายรอให้นักท่องเที่ยวได้ไปเยี่ยมชม แต่ก่อนไปเที่ยวลองอ่านบทความนี้เพื่อศึกษาดูก่อนรับรองว่ามีหลายเรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนแน่นอน

Beijing

1.มีผู้คนจำนวนมากกว่าล้านคนที่อาศัยอยูในหลุมหลบภัยนิวเคลียร์ในเมืองปักกิ่ง – โดยหลุมหลบภัยแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาในช่วงสงครามเย็น ท่านประธาน เหมา เจ๋อตุง เป็นคนที่สั่งให้สร้างอพาร์ทเม้นท์ที่มีหลุมหลบภัยอยู่ด้านล่างประมาณ 10,000 แห่ง แต่พอเวลาผ่านไปถึงช่วงยุค 80 ทางกระทรวงก็ได้ตัดสินใจยกหลุมหลบภัยพวกนี้ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของอพาร์ทเม้นท์ ในปัจจุบันก็เลยถูกปล่อยเช่าเป็นห้องพักให้พวกนักเรียนและพนักงานที่ย้ายเข้ามาในเมืองปักกิ่ง ในหลุมหลบภัยยังมีโต๊ะสนุกเกอร์และห้องคาราโอเกะเอาไว้บริการอีกด้วย

2.ในปี ค.ศ.2010 เกิดเหตุการณ์รถติดที่ยาวนานที่สุดเก้าวันในเมืองนี้ – โดยเป็นขบวนรถติดที่มีความยาวมากถึง 100 กิโลเมตรทำให้การสัญจรกลายเป็นอัมพาต และในระหว่างพวกเจ้าของรถที่ต้องใช้ชีวิตกับรถติดนาน 9 วัน ก็ต้องซื้อหาอาหารและใช้ห้องน้ำแถวนั้น ทำให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาอาหารทำกำไรเกินควรอีกด้วย

3.ในปี ค.ศ.2015 มีการสั่งแบนรถจำนวน 2.5 ล้านคันเป็นเวลา 2 สัปดาห์เต็ม – เพื่อลดมลภาวะในเมืองสำหรับงานเดินพาเหรดเพื่อระลึกถึงวันสงครามโลกครั้งที่สอง และผลลัพธ์จากการแบนรถ 2.5 ล้านคันก็ทำให้ท้องฟ้าในเมืองปักกิ่งที่เคยเต็มไปด้วยฝุ่นควันสีเทากลับมากลายเป็นสีฟ้าเหมือนเช่นเคย หลังจากที่แบนสิ้นสุดลงรถ 2.5 ล้านคันก็กลับเข้ามาสู่ถนนอีกครั้งและภายใน 24 ชั่วโมง ท้องฟ้าในเมืองก็กลับมาเป็นสีเทาสกปรกเหมือนเช่นเคย

4.รถไฟใต้ดินในเมืองปักกิ่งเส้นที่ 10 อนุญาตให้ชาวเมืองจ่ายค่าบริการเป็นขวดพลาสติกเพื่อส่งเสริมการรีไซเคิล – โดยทางสถานีได้ทดลองเอาตู้สำหรับใช้รับขวดพลาสติกมาตั้งเอาไว้เมื่อประชาชนเอาขวดไปใส่ตู้ก็ให้เอาบัตรเติมเงินค่ารถไฟเสียบเข้าไปแล้วก็จะได้เติมเงินลงในบัตรทันที

5.มีร้านเสื้อผ้าที่แบนไม่ให้คนจีนด้วยกันเข้ามาซื้อบริการด้วยนะ – และกฏหมายอนุญาตให้แบนด้วย แถมยังไม่มีกฎหมายห้ามเหยียดผิวอีกด้วยนะ เจ้าของร้านอยากแบนใครก็ได้ทั้งนั้นแต่เหตุผลที่เขาแบนคนจีนด้วยกันก็เพราะลูกค้าคนจีนชอบทำตัวน่ารำคาญและลูกค้าผู้หญิงจีนก็จะลองใส่เสื้อจนเกือบหมดทั้งร้านแล้วสุดท้ายก็ไม่ซื้อเลยด้วย

6.เวลาไปเที่ยวประเทศจีนคุณต้องระวังตกท่อให้ดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนน้ำท่วม – เพราะมีคนคอยขโมยฝาท่อระบายน้ำเอาไปขายอยู่ตลอดเวลา โดยในปี ค.ศ.2004 มีคนสามารถขโมยฝาท่อไปได้ประมาณ 24,000 ฝาเลยทีเดียว นอกนั้นยังมีคนจงใจขโมยเพราะอยากเห็นคนอื่นตกท่ออีกด้วย จงระวังตัวกันให้ดียิ่งถ้าเป็นตอนน้ำท่วมนี่ถ้าเดินตกท่อก็จะจมลงท่อไปเลยน้ำมันขุ่นไม่รู้จะหาทางออกจากท่อได้ที่ไหนด้วย

7.ที่ปักกิ่งรถติดมาก – รถติดแบบสุดๆจนถึงขั้นที่คนขับรถบรรทุกส่งของที่ติดอยู่กลางถนนต้องโทรศัพท์เรียกมอเตอร์ไซค์กลางทางเพื่อที่จะไปส่งของให้ทันเวลา แล้วก็ให้เพื่อนอีกคนรอเฝ้ารถ ถ้าหากรถไปต่อได้ก็ให้ขับต่อไปเลยแล้วค่อยไปนัดเจอกันอีกที่แถวๆไฟแดงถัดไป เป็นอย่างนี้มาหลายปีแล้ว

ข้อควรรู้สำหรับการสอบ IELTS Writing Task 1 และ Task 2

การสอบ IELTS Writing นั้นต้องเตรียมตัวมาให้ดีเพราะเป็นการใช้เทคนิคหลายประการ ทั้งการเขียนให้ถูกไวยากรณ์ และ มุมมองการนำเสนอต้องทำให้ผู้อ่านประทับใจ และสิ่งที่จำทำให้การทำข้อสอบได้ผลลัพธ์ที่ดีนั้น ต้องเริ่มจากการรู้จักตัวข้อสอบให้ดี ดังนั้นเพื่อช่วยให้คุณสามารถพิชิตคะแนนได้มากขึ้น เราได้นำเอาข้อมูลเกี่ยวกับ IELTS Writing Task 1 และ Task 2 มาบอกกล่าวกัน www.ielts.idp.co.th

ข้อควรรู้สำหรับการสอบ IELTS Writing Task 1 และ Task 2

เริ่มที่ IELTS Writing Task 1  ข้อสอบแบ่งออกเป็น  6 รูปแบบได้แก่ Line Graph, Pie Graph

, Bar Graph, Table Chart , Combination และ Process/Procedure และจงรู้ไว้ว่า Writing Task 1 มีรูปแบบค่อนข้างชัดเจน หากผู้สอบเข้าใจและจดจำ Pattern การเขียนได้ก็จะสามารถช่วยให้ทำข้อสอบใน Task 1 ได้รวดเร็วและง่ายขึ้น

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ คือ เรามักได้ยินว่าให้พยายามไปให้เวลากับ Task 2  เพราะ IELTS Writing Task 1  จะมีน้ำหนักของคะแนนน้อยกว่า Task 2 แต่อย่างไรก็ตามหากผู้สอบไม่สามารถทำ Task นี้ให้เสร็จได้ผู้สอบก็จะถูกหักคะแนนเช่นกัน เป็นผลทำให้ได้คะแนนสอบ Writing ไม่ดีเท่าที่ตั้งใจเอาไว้ ซึ่งปัญหานี้เป็นปัญหาสำหรับผู้สอบโดยส่วนใหญ่

มาต่อกันที่  Writing Task 2  มีความสำคัญมากเนื่องจากมีน้ำหนักคะแนนที่มากกว่า Writing Task 1 เป็นอย่างมาก และมีจำนวนคำที่ผู้สอบต้องเขียนให้ได้อย่างน้อย 250 คำ จาก Instruction ในข้อสอบ Writing ได้ให้คำแนะนำว่าผู้สอบควรใช้เวลากับ Task นี้ประมาณ 40 นาที

หัวใจสำคัญก่อนเลยในการเริ่มทำ Writing Task 2 คือ การอ่านโจทย์ให้เข้าใจและตอบคำถามตามที่โจทย์ต้องการเป็นสิ่งสำคัญเพราะเป็นหนึ่งใน criteria ที่ใช้ในการให้คะแนน (Task Achievement) หากผู้สอบเขียน Writing ที่ไม่ตอบคำถามตามที่โจทย์ต้องการไม่เพียงแต่คะแนนในส่วนของ Task Achievement จะไม่ดีแล้ว ในส่วนของคำศัพท์ก็อาจจะได้รับผลกระทบไปด้วยเนื่องจากคำศัพท์ที่ใช้ไม่เกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กันกับโจทย์ที่กำหนดนั่นเอง

สิ่งแรกที่ควรให้เวลาและทำความเข้าใจคือการอ่านคำถามและการลำดับความคิดในการเขียนในช่วงเตรียมตัวที่จะเขียน  แต่บ่อยครั้งที่ผู้สอบสามารถจัดการความคิดและวางแผนการเขียนได้ดีในช่วงเตรียมตัวนี้ ซึ่งคุณจะพบว่าคุณสามารถที่จะเขียน Writing ได้เสร็จภายในครึ่งชั่วโมงและยังมีเวลาเพียงพอที่จะตรวจทานความถูกต้องของ Writing ที่เขียนอีกด้วย

รูปแบบคำถามที่น่าสนใจจากใน Writing Task 2  สามารถแบ่งรูปแบบคำถามหลักๆได้ ดังนี้  Agree or Disagree,  Advantages/Benefits outweigh Disadvantages/Drawbacks , Discuss two views (and give the opinion) , Causes or Problems and give solutions , Opinions

ข้อคิดที่อยากฝากไว้ คือ การสอบ IELTS Writing Task 1 และ Task 2  หากเตรียมตัวให้ดีก็มีแนวโน้มว่าจะสามารถพิชิตคะแนนตามที่ตั้งใจไว้ได้  ในทางตรงข้ามไม่มีใครฟลุคพอที่จะสอบได้คะแนนดีหากไม่ฝึกฝน