ทำงานโรงพยาบาลรัฐกับเอกชน แตกต่างกันอย่างไร

อาชีพที่ได้ชื่อว่ามีเกียรติ และเป็นที่เคารพของคนทุกคน จะไปที่ไหนก็มีคนนับหน้าถือตา ก็คืออาชีพหมอนั่นเอง และขึ้นชื่อว่าเป็นหมอ ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ด้วย อย่างในสมัยสงคราม ฝั่งข้าศึกจับคนที่เป็นหมอได้ ก็ไม่ทำร้ายเหมือนกับศัตรูคนอื่น แต่กลับเอามาให้ดูแลรักษาคนด้วย กระทั่งปัจจุบัน อาชีพของหมอก็เป็นอาชีพที่ได้รับการยกย่องเป็นอาชีพที่สูงสุดเหมือนเดิม

และเป็นอาชีพที่ถือว่าได้เงินเดือนเยอะมากเป็นอันดับต้นๆ ของอาชีพทั้งหมด ทำให้หลายคนใฝ่ฝันอยากจะเป็นหมอ เป็นพยาบาล เพราะได้ทั้งเกียรติ และได้รายได้เยอะมาก สิ่งที่เป็นคำถาม เป็นข้อสงสัยของใครหลายคน เกี่ยวกับการทำงานอาชีพเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลนั้น จะทำงานที่ไหนดีจะ สมัครงานโรงพยาบาล ของรัฐบาล หรือว่าของเอกชนดีกว่ากัน เพราะสองอย่างนี้ เป็นตัวเลือกหลักที่หลายคนตัดสินใจไม่ถูกเลย

แล้ววการทำงานในองค์กรของรัฐกับเอกชน แตกต่างกันอย่างไร เราลองมาดูข้อแตกต่างของทั้งสองนี้ เผื่อจะเป็นเหตุผลประกอบการตัดสินใจของใครหลายคนได้

สมัครงานโรงพยาบาล

ข้อดีของการทำงานกับโรงพยาบาลเอกชน

-เอกชนได้รายได้เยอะกว่า แน่นอนอยู่แล้ว ว่าโรงพยาบาลเอกชนมีรายได้ที่เยอะกว่าของรัฐบาลแน่นอน เพราะเป็นโรงพยาบาลที่เน้นนในการให้บริการที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องไม้เครื่องมือ และที่สำคัญที่สุดคือ การให้บริการที่รวดเร็วมากกว่า และคนที่เข้ามาหาหมอที่โรงพยาบาลเอกชนนั้น ก็เหมือนการเข้ามาขอร้องให้หมดช่วย เพราะในเรื่องค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ต้องเป็นคนที่มีกำลังพอที่จะจ่ายค่าใช้จ่ายได้เท่านั้น จึงจะเข้าไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนได้

การ สมัครงานโรงพยาบาล เอกชน จะรับคนไข้น้อยกว่า เมื่อเทียบเป็นอัตราส่วนแล้ว หมอหนึ่งคน จะรับคนไข้อยู่ที่ห้าคน (1:5) แต่หมอหรือพยาบาลที่ทำงานในโรงพยาบาลเอกชน จะต้องเป็นคนที่มีใจรักการให้บริการจริง เพราะไม่เช่นนั้นมีสิทธิ์ที่จะโดนตำหนิได้ง่ายมากกว่าโรงพยาบาลของรัฐ

ข้อดีของการทำงานกับโรงพยาบาลของรัฐ

-สวัสดิการเยอะมากกว่า ถึงแม้โรงพยาบาลของเอกชนจะได้เงินเยอะมากกว่าของรัฐ แต่ในเรื่องสวัสดิการแล้ว ยังสู้ของรัฐบาลไม่ได้ และถ้า สมัครงานโรงพยาบาล ของรัฐที่เป็นโรงพยาบาลใหญ่ๆ ด้วย สวัสดิการหลายต่างๆ ก็เยอะมากขึ้นไปด้วย

-รับคนไข้เยอะกว่า เพราะโรงพยาบาลของรัฐ จะมีคนไข้ทุกอาชีพ ทุกชนชั้นเข้ามาขอรับการรักษา ทำให้วันหนึ่งหมอหนึ่งคน ที่ทำงานในโรงพยาบาลของรัฐ รับคนไข้อยู่ที่ 1:40 คน ถือว่าเป็นอัตราส่วนที่เยอะกว่าของหมอที่ทำงานในโรงพยาบาลเอกชนหลายเท่า

ถ้าจะให้เลือก ขอแนะนำว่าทั้งสองอย่างดีทั้งหมด ไม่ว่าจะ สมัครงานโรงพยาบาล ของรัฐ หรือเอกชน ก็ดีเหมือนกันบางคนอาจจะทำงานที่โรงพยาบาลของรัฐสักระยะหนึ่งก่อน หลังจากนั้นค่อยออกไปทำงานที่เอกชน จะเลือกอันไหนก่อนหลังก็ได้

และปัจจุบันอาชีพของหมอหรือพยาบาล ก็เป็นอาชีพที่มีความต้องการสูงมาก เพราะอาชีพในการรักษาคน ไม่สามารถที่จะใช้เครื่องจักรมาทำแทนได้ คนที่เรียนในอาชีพหมอหรือพยาบาล จึงไม่มีตกงานแน่นอน ไม่ว่าจะจบมาแล้ว สมัครงานโรงพยาบาล ไหน ก็ได้ทั้งสิ้น เพราะเป็นอาชีพที่มีความต้องการบุคลากรสูง มากกว่าอาชีพอื่น

ดูข้อมูลตำแหน่งงานอื่นๆได้ที่เว็บไซต์ https://www.jobtopgun.com/